ความเสื่อมถอยของป่าในประเทศไทย











ผู้เชี่ยวชาญประมาณการว่า ใน พ.ศ. 2457 พื้นที่ป่าในประเทศไทยมีอยู่ราว 230 ล้านไร่ หรือร้อยละ 72 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศไทย ทั้งยังเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์เป็นผืนใหญ่ติดต่อกัน แต่จากการสำรวจและประมาณการในปี พ.ศ. 2534 ป่าในประเทศไทยลดลงเหลือเพียงประมาณร้อยละ 18 ของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ และสภาพป่าผืนใหญ่ติดต่อกันลดเหลือเพียงไม่กี่แห่ง นอกนั้นล้วนแต่เป็นป่ากระจัดกระจายเป็นพื้นที่น้อยใหญ่
สาเหตุของความเสื่อมถอยของป่ามี 4 ประการ ได้แก่
1. จำนวนประชากรเพิ่มขึ้น  ความต้องการพื้นที่ทำกินมีมากขึ้นตามลักษณะของสังคมเกษตรกรรม ซึ่งจำเป็นต้องใช้พื้นที่มากเพื่อใช้เป็นที่ทำการเกษตรให้เพียงพอกับความต้องการบริโภค  มีการบุกรุกพื้นที่ใหม่เพิ่มมากขึ้นเพื่อการเพิ่มผลผลิต(ภาพประกอบ4.5ก และ ภาพประกอบ4.5ข)
2. การขยายตัวทางด้านคมนาคม มีการตัดถนนเพื่อขยายความเจริญและเหตุผลทางยุทธศาสตร์ ทำให้การบุกเบิกพื้นที่ใหม่ขยายตัวได้อย่างรวดเร็ว
3. เกิดจากการพาณิชย์ผลิตภัณฑ์ไม้ ทั้งจากการตัดไม้ผ่านสัมปทานทำไม้ที่ถูกต้องตามกฏหมาย และการลักลอบตัดไม้นอกสัมปทาน
4. การเสาะแสวงหาพลังงานต่างๆ ได้แก่พลังงานจากน้ำที่จำเป็นต้องสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำ ทำให้ต้องเสียพื้นที่ป่าไม้ไปจำนวนไม่น้อยด้วยเช่นกัน
ตามรายงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2504 เป็นต้นมา พื้นที่ป่าถูกบุกรุกและทำลายโดยเฉลี่ยปีละ 2 ล้าน 7 แสน ไร่เศษ  ต่อมาในปี พ.ศ. 2532 รัฐบาลออกกฎหมาย ยกเลิกสัมปทานทำไม้ในป่าทั่วประเทศ  แต่ตัวเลขการบุกรุกทำลายป่าก็ยังสูงถึงปีละ 2 ล้านไร่ต่อไป  ในช่วงปี พ.ศ. 2534 - 2536 ตัวเลขลดลงเหลือประมาณปีละ 1 ล้านไร่  ในทางกลับกันกรมป่าไม้มีขีดความสามารถในการปลูกป่าจนถึงปี พ.ศ. 2537 ได้เพียง 4 ล้าน 5 แสนไร่  และพื้นที่ป่าใหม่นี้ยังถูกบุกรุกทำลายไปมากแล้วด้วย
เห็นได้ชัดว่า ป่าประเทศไทยอยู่ในภาวะวิกฤตโดยแท้จริง ไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่าประเทศไทยต้องเคลื่อนเข้าสู่ยุคปันส่วนน้ำ มีการจำกัดประเภทการเกษตรในฤดูที่ไม่มีฝน มีการประกาศเตือนถึงภาวะน้ำในเขื่อนต่ำจนถึงเขตขาดแคลนน้ำบริโภค ในฤดูฝนเล่าก็จะมีอุทกภัยอย่างรุนแรงทำลายบ้านเรือนและทรัพย์สินของราษฎรมากต่อมาก แต่นับเป็นโชคดีของประเทศไทยที่มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ ซึ่งทรงพระปรีชาสามารถและทรงมองเห็นการณ์ไกลเรื่องปัญหาน้ำมาตลอด ทรงริเริ่มสร้างฝนเทียมอันเป็นมาตรการที่ช่วยลดความรุนแรงอันเกิดจากความแห้งแล้ง พระราชดำริและการทรงงานเกี่ยวกับป่าไม้ก็เป็นพระเมตตาอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์และพระราชวงศ์ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติ   มิฉะนั้นสภาพเลวร้ายอันเป็นผลจากการทำลายป่าทั้งที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ และที่เกิดจากการเห็นแก่ตัวจะรุนแรงกว่าที่พบเห็น